ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ดาวรุ่งอนาคตของชาติ

ติโน่ ลิฟราเมนโต้

มีหลายคนพูดถึงเจ้าเด็ก ลิฟราแมนโต้ ว่าเป็นผู้เล่นฟุตบอลหน้าใหม่ ผู้ที่จะเป็นอนาคตของทีมชาติอังกฤษ ติโน่ ลิฟราเมนโต้ เกิดที่เมืองครอยดอน ประเทศอังกฤษ หรือเรียกชื่อเต็มของเขาว่า ฟรานซิสโก้ ลิฟราเมนโต้ ปัจจุบันอายุเพียง 18 ปี เขาเกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษจิกายน ปี ค.ศ.2002 มีส่วนสูงอยู่ที่ 173 เซนติเมตร เท้าข้างถนัดคือ เท้าขวา ตำแหน่งที่เล่นปัจจุบันคือ แบ็กขวา อยู่กับ สโมสรพรีเมียร์ลีกกับ เซาแฮมป์ตัน สมเสื้อหมายเลข 21

ประวัติเส้นทางค้าแข้ง ติโน่ ลิฟราเมนโต้

เริ่มต้นเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสรระดับท้องถิ่งกับทีม ราวน์ชอว์ ก่อนจะสร้างผลงานโดดเด่น เตะตาแมวมองของเชลซี และได้คว้าตัวเขาเข้าฝึกใน สโมสรอคาเดมี่ทันที เมื่อตอนเขาได้อายุเพียง 9 ขวบเพียงเท่านั้น เขาลงเล่นให้เชลซีนัดแรก กับชุดU-19 ในเกมที่เชลซีเอาชนะโมล์ไป 4ต่อ0 ในเกมนนั้น ลิฟราเมนโต้ จ่ายบอลให้เพื่อนทำไปตูไปหนึ่งครั้ง

หลังจากนั้นเขาก็พัฒนาฝีเท้าให้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับอายุ จะได้รับโอกาสขึ้นไปเตะให้รุ่นที่มากขึ้น ในซีซัน 2020-2021 เจ้าหนูคนนี้ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 26 นัด นับทุกรายที่ลงเล่นกับเชลซีชุด U-23 โดยแบ่งผลงานการทำประตูให้สโมสรได้ 3 ประตู และจ่ายบอลแอสซิต์ได้ถึง 10 ลูก พร้อมรับรางวัลส่วนตัวเป็น นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซี ในปี2021

จากผลงานเขาก็นับได้ว่ายอดเยี่ยมแล้วสำหรับดาวรุ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถอัพขึ้นไปเล่นกับ ทีมชุดใหญ่ของเชลซีได้ เป็นทีมที่เขาเป็นแฟนบอลและเชียร์มา ตั้งแต่สมัยเยาว์วัย เมื่อถึงเวลาเขาก็เริ่ม มองหาความท้าทายและอนาคตใหม่ของตัวเขา มีสื่อรายงานว่า มีหลายทีมที่สนใจจะดึงเขาไปร่วมทีม อยู่หลายทีมอยู่เหมือนก ไม่ว่าจะเป็น เซาธ์แฮมป์ตัน เอเซีมิลลาน ไลป์ซิก และยังมีอีกมากมาย ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ในสุดท้ายเขาก็เลือกเล่นในอังกฤษต่อ กับสโมสรเซาแฮมป์ตัน ด้วยค่าฉีดสัญญาที่จ่ายให้กับเชลซีไปถึง 25 ล้านปอนด์ด้วยกัน พร้อมจับเซ็นสัญญากับทีมในระยะยาวเช่นกัน

สไตล์การเล่นบอลเของเจ้าหนู ลิฟราเมนโต้ เขาเป็นผู้เล่นที่มีความเร็วสูง มีความคล่องตัว ในตำแหน่งแบ็คขวา สไตล์ที่โดดเด่นจะเป็นเรื่องคือการเติมเกมบุก ทางด้านกาบขวา ทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ มาพร้อมกับลูกเปิดจากริมเส้น ที่แม่นยำอีกด้วย จากตำแหน่งที่เขาเล่นแบ็กขวา และรูปแบบของเขา สามารถเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่ง ปีกขวาได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

ลิฟราเมนโต้ กับเซาแฮมป์ตัน

เมื่อครั้งเขาย้ายเข้ามาเล่นใฝห้กับสโมสร สิ่งที่แรกที่เขาได้รับเป็นตำแหน่งแบ็กขวา แทนที่ของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ โดยผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ราล์ฟฮาเซนฮุทเทิ่ล เลือกจะใช้งานผู้เล่นที่อายุน้อยเพียง 18 ปีได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงตลอด 2 เกมแรก โดยเกมแรกเขาลงประเดิมตัวจริงพบกับ เอฟเวอร์ตัน ในตอนนั้นทีมเขาพ่ายไป สามประตูต่อหนึ่ง ชื่อของเขาไม่ได้เป็นที่กล่าวถึงอะไรนักในเกมนั้น แต่ในอีกเกมถัดมา เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านแบ่งแต้มกับทีมยักษใหญ่ อย่างปีศาวแดง แมนเชวเตอร์ยูไนเต็ด โดยเสมอหนึ่งประตูต่อหนึ่ง จากนัดนี้ชื่อของเขา ก็เริ่มเป็นที่รู้จักผ่านหู ของใครหลายคน เมื่ออ้างอิงจากสถิติในเขาลงเล่นในนัดนั้น โดยเขามีอัตราการเอาชนะคู่ต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ได้100% จาก 4 ครั้ง อัตราการผ่านบอลสำเร็จอยู่ที่ 92 เปอร์เซ็น สัมผัสบอลไปทั้งหมด 32 ครั้ง เข้าสกัดบอลไป 5 ครั้ง สถิในเกมใหญ่แบบนี้ นับเป็นผลงานที่น่าประทับใจของเจ้าตัวเลย

ตอนนี้เขาเพิ่งอายุได้เพียง 18 ปีเท่านั้น แต่มีฟอาร์มการเล่นที่เก่งเกินอายุแบบนี้ ถ้าหากเข้าพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปมากกว่านี้ และมีประสบการ์ณมากกว่านี้ ในอนาคตเขาอาจได้ทำตามฝัน ที่จะกลับไปเล่นให้สโมสรอย่างเชลซี ทีมในฝันที่เขาฝันมาตั้งแต่เด็ก แต่ส่วนในระดับทีมชาตื ก็เป็นเรื่องที่น่าติดตามเจ้าหนูคนรนี้ด้วย ว่าจะมีอนาคนไปในทิศทางไหนต่อไป

แหล่งบทความ : BEOGAMING

ผู้เขียน : BEO89

BEOGAMING : กีฬาดำน้ำ กีฬาที่มาพร้อมกับความสวยงามใต้ท้องทะเล

BEOGAMING

BEOGAMING : ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาสร้อนชื้น ดังนั้นกีฬาทางน้ำจึงเป้นกีฬาคลายร้อนที่ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนไทย ซึ่งกีฬาทางน้ำที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกีฬาดำน้ำ เพราะว่านอกจากจะช่วยคลายร้อนเเล้ว กีฬาดำน้ำ ยังทำให้ทุกท่านได้พบกับความสวยงามของใต้ท้องทะเลอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากการที่ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มีโปรแกรมดำน้ำให้กับนักท่องเที่ยวได้ใช้บริการกันเยอะมาก ๆ

BEOGAMING – การดำน้ำนั้นก็ได้แบ่งออกเป็นด้วยกัน 3 ประเภทคือ

  1. Snorkeling

การดำน้ำแบบนี้ BEO89 เรียกอีกอย่างว่าการดำน้ำตื้น เพราะว่าจะใช้วิธีการดำโดยดำแค่บริเวณผิวน้ำเท่านั้น โดยในการดำน้ำตื้น จะดำในความลึกที่ไม่เกิน 1 เมตร การดำน้ำประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดำน้ำ หรือสำหรับผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นแต่ต้องการสัมผัสความสวยงามของใต้ท้องทะเล เพราะว่าการดำน้ำประเภทนี้ เป็นการดำน้ำที่ง่ายปลอดภัยเมื่อเทียบกับการดำน้ำแบบประเภทอื่น ๆ เนื่องจากอุปกรณ์สำหรับการใช้งานนั้นมีแค่ หน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ และเสื้อชูชีพ และในการดำน้ำประเภทนี้มักจะดำในน้ำที่มีความใส และนิ่ง เพื่อที่จะสามารถสัมผัสถึงความสวยงามใต้ทะเล

  1. Scuba

หรือที่เรียกว่าการดำน้ำลึก การดำน้ำลึกนั้นส่วนใหญ่เเล้วมักจะดำลึกมักจะดำในความลึกที่ไม่เกิน 30 เมตร และในการดำน้ำลึกนั้น ผู้ที่ทำกิจกรรมนี้มีความจำเป็น ที่จะต้องได้รับการเรียน หรือฝึกฝนก่อนที่จะไปดำจริง เนื่องจากการดำน้ำลึกนั้น ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการดำอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากดำน้ำ ถังออกซิเจน และตีนกบ รวมถึงขั้นตอนความปลอดภัยต่าง ๆ ที่นักดำน้ำที่ต้องการดำน้ำลึก จะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง อีกทั้งในการดำน้ำลึกนั้น จะต้องมีการใช้ภาษามือ หรือสัญลักษณ์มือสำหรับสื่อสารใต้น้ำอีกด้วย ซึ่งหากท่านเป็นคนที่ชื่นชอบ หรือต้องการสัมผัสโลกใต้ทะเล การดำน้ำลึกถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ซึ่งหลายท่านอาจจะเข้าใจว่า ในการดำน้ำประเภทนี้นั่น จะต้องว่ายน้ำเป็นเท่านั้นถึงจะสามารถทำได้ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่จำเป็น เพราะในการเรียนหรือในการฝึกฝนดำน้ำนั้น จะมีการฝึกสอนสำหรับผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นด้วยเช่นกัน

  1. Free Diving

การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิ่ง เป็นการดำน้ำที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะว่าเป็นการดำน้ำที่ท้าทายความสามารถของนักดำน้ำเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ที่ทำกิจกรรมดำน้ำประเภทนี้ สามารถที่จะดำน้ำลึกลงไปโดยที่ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยใด ๆ เหมือนกับการดำน้ำแบบ Scuba ในการดำน้ำลึกแบบฟรีไดฟ์วิ่งนั้น จะทำได้โดยอาศัยการปล่อมลมออกจากปอด เพื่อให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้ในระยะเวลาที่นานมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีอากาศที่สะสมอยู่ในปอดอย่างเพียงพอ เพื่อที่จะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานมากขึ้น นั่น ทำใหการดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิ่งจึงจำเป็นต้อง อาศัยการฝึกฝน ในระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร เพื่อที่จะค่อย ๆ เพิ่มระดับของความลึกของการดำน้ำไปเรื่อย ๆ รวมทั้งยังต้องฝึกฝนใน เรื่องของความเเข็งเเรงของร่างกาย และจิตใจอย่างมาก เพราะว่าในการดำน้ำแบบที่ไม่อาศัยอุปกรณ์ใด ๆ บางครั้งอาจจะมีเหตุการณ์ ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นนักดำน้ำ ต้องมีสติ และสมาธิอย่างมาก เพื่อใช้ในการฝึกฝน การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิ่งนั้น จะไม่เน้นการเคลื่อนตัวที่เยอะ เพื่อที่จะใช้ออกซิเจนใต้น้ำให้น้อยที่สุด สาเหตุที่การดำน้ำชนิดนี้เป็นที่น่าสนใจ ในปัจจุบันเพราะว่าในการดำน้ำชนิดนี้ นักดำน้ำสามารถที่จะได้สัมผัสโลกใต้ทะเล ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะในการดำน้ำประเภทนี้นั่น ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์ใด ๆ เป็นตัวช่วย แถมยังเป็นการดำน้ำที่ทำให้นักดำน้ำได้ถ่ายรูปใต้ท้องทะเลอย่างสวยงามอีกด้วย

ข้อมูลจาก BEOGAMING

เขียนเรื่องโดย BEO89

BEOGAMING : Ballon d’Or ในปี 2021 เป็นของใครกันบ้าง

BEOGAMING

BEOGAMING : Ballon d’Or เป็นรางวัลประเภท ผู้เล่นฟุตบอลยอดเยี่ยม ประจำปีของลีกยุโรป

ที่นำเสนอโดย นิตยสารข่าวกีฬา ฝรั่งเศส France Football ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัล ที่เก่าแก่ BEOGAMING และได้รับการยกย่อง มากที่สุดสำหรับนักฟุตบอล 

การประกาศผลรางวัล Ballon d’Or ถูกยกเลิกไป เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการระบาด ของโควิด-19 และในตอนนี้ วงการฟุตบอล กลับมาแข่งขัน กันตามปกติได้ประมาณปีครึ่งแล้ว หลังจากมีการระบาดของโควิด 

ผู้เล่นอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี่ ต่างผลัดกันครองบัลลงดอร์ ในช่วงหลัง ๆ นี้มานานกว่าทศวรรษแล้ว ในการมอบรางวัล 13 ครั้งหลังสุด เมสซี่คว้ารางวัลนี้ มาแล้ว 6 ครั้ง ขณะที่โรนัลโดได้ไป 5 ครั้ง แต่รอบนี้กลับ มีนักเตะหลายคน ที่โดดเด่นและคู่ควรมากมาย 

ซึ่งในบทความนี้ เรามาดูกันดีกว่า ว่ารางวัลอันทรงคุณค่า และมีความหมายอย่าง Ballon d’Or นั้น ตกไปอยู่ในมือ สุดยอดนักฟุตบอล ท่านไหนกันบ้าง นอกจาก คริสเตียโน โรนัลโด และ ลิโอเนล เมสซี่ แล้วจะมีใครอีกบ้าง ไปติดตามกันเลย

จอร์จินโญ่

จอร์จินโญ่ กองกลางของ เชลซี ที่นำทับสิงห์บลูส์ ไปคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก  เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จอร์จินโญ่ ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาพาตัวเองไป ตอกย้ำความสำเร็จที่ ยูโร 2020 ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญ ในการคว้าแชมป์กับ อิตาลี 

และเหตุการณ์ล่าสุด จอร์จินโญ่ได้รับเลือก ให้เป็นนักเตะชายแห่งปี ของยูฟ่าด้วย หลังจากที่เชลซีได้แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รวมไปถึงการเพิ่มโอกาส ในการคว้ารางวัล Ballon d’Or ด้วย BEO89

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือกองหน้า ที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้ นักเตะทีมชาติ โปแลนด์  รายนี้ทำประตูได้มากมายและตลอดเวลา ทีม บาเยิร์น มิวนิค ก็มีผลงานที่ดีส่วนหนึ่ง จากความสามารถของเขา แต่อาจจะถูกขัดขวาง โอกาสของเลวานดอฟสกี้ ในการคว้าบัลลงดอร์ 

แต่เขาก็ยังทำประตูได้  3 ประตูใน 3 นัดที่ลงเล่น นักเตะวัย 33 ปีรายนี้ ทำไป 48 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 40 นัด ของทุกรายการ ทำให้กับบาเยิร์นในฤดูกาล 2020-21 ที่ผ่านมา 

และเขาได้เริ่มต้นฤดูกาล 2021-22 ในลักษณะเดียวกัน เลวานดอฟสกี้ ยิงไปแล้ว 13 ประตูจาก 9 นัดรวมทุกรายการ ให้กับบาเยิร์น มิวนิคในฤดูกาลนี้ ถ้าเขาสามารถโชว์ฟอร์มสุดยอดต่อไป จนถึงเดือนธันวาคม มีโอกาสที่ เลวานดอฟสกี้ จะได้รับรางวัล Ballon d’Or ในปี 2021

ลิโอเนล เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ ทำผลงานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ในปี 2021 หลังจากเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 เมสซี่ก็พาบาร์เซโลนา กลับเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์ ลาลีกา ได้ แต่ในที่สุดเมสซี่เพียงคนเดียว ก็ไม่อาจแบกทีมไหว 

แต่เมสซี่ยังคงคว้ารางวัลปิชิชี หรือดาวซัลโวสูงสุด โดยทำประตูได้ 30 ประตู และอีก 11 แอสซิสต์ในการลงเล่น 35 นัดในลาลีกา นอกจากนี้ เขายังช่วยบาร์ซ่า คว้าแชมป์โคปา เดล เรย์ นอกจากนี้กับทีมชาติ อาร์เจนตินา เมสซี่ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่น ที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ 

เพราะฟ้าขาวคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากผ่านการรอคอย ที่ยาวนานถึง 28 ปี เขายิงได้ 4 ประตู และให้ 5 แอสซิสต์ให้กับทีมชาติ ในการแข่งขันระดับทวีป แต่ซัมเมอร์ไม่ได้สวยหรู สำหรับเมสซี่ ในขณะที่เขาถูกบังคับ ให้ออกจากบาร์เซโลนา

เนื่องจากปัญหาทางการเงิน ของสโมสร สุดท้ายเขาได้ย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และได้กลับมาเล่นกับเนย์มาร์ อีกครั้ง ต่อจากนี้ ถ้าหากเมสซี่ สามารถรักษาฟอร์มที่ดี ของเขาไว้ได้ เขาก็อาจจะคว้ารางวัล Ballon d’Or เป็นสมัยที่ 7 ก็เป็นไปได้

Direct Quote : BEOGAMING

Post : jordandalcookhouse